"นี่ โนบิจัง ตุ๊กตาล้มลุก เก่งเนอะ
ไม่ว่าล้มกี่ครั้ง ก็ไม่ร้องไห้ ลุกขึ้นมาเอง
ถ้าโนบิจังเป็นอย่างตุ๊กตาล้มลุกได้ ย่าก็ดีใจจ้ะ
ถ้าโนบิจังเป็นเด็กเข้มแข็ง ลุกขึ้นได้เอง
ไม่ว่าจะล้มกี่ครั้งกี่หน ย่าก็หมดห่วงนะจ๊ะหลาน"


.....


วันนั้น..

"น้องบี.. จำโดราเอมอนตอนนี้ได้ไหม
ตอนที่คุณย่าของโนบิตะสอนโนบิตะให้เข้มแข็ง
เมื่อล้มแล้วก็ต้องลุกให้ได้.. เหมือนกับตุ๊กตา..


"การแข่งขันมันย่อมมีทั้งผู้แพ้ ผู้ชนะ
การที่เราแพ้ในวันนี้ มันไม่ได้หมายความว่าเราต้องเป็นผู้แพ้ตลอดไป
เจ็บได้ เสียใจได้ ร้องไห้ได้ ท้อได้ แต่อย่านาน รู้ไหม..


"น้องบีเห็นไหมว่าตุ๊กตาตัวนี้ เค้ากำลังยิ้มอยู่นะ
ดูสิ ไม่ว่าจะถูกผลักให้ล้มลงกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เค้าก็ยังยิ้มอยู่เสมอ
ถ้าเค้าเป็นมนุษย์อย่างเราๆ มีร่างกาย มีชีวิต มีจิตใจ
โดนผลักให้ล้มบ่อยอย่างนี้ ภายในใจเค้าคงเจ็บปวดอยู่ไม่ใช่น้อย
แต่เค้าก็เข้มแข็ง อดทน ยิ้มสู้ไปทุกครั้ง..


"พี่อยากให้น้องบีเป็นเหมือนตุ๊กตาล้มลุก
ที่ไม่ว่าจะล้มสักกี่ครั้ง จะเจ็บเสียใจสักกี่หน
จะเหนื่อยท้อใจสักเพียงไหนก็ตามที
จะไม่ยอมแพ้ จะสู้ไปทุกครั้ง..


"พี่เชื่ออยู่ตลอดว่าน้องบีเป็นเด็กเข้มแข็ง
ไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรคที่เข้ามา
อาจจะมีบ้างที่เรื่องมันเลวร้ายซะจนทำให้หมดกำลังใจ
และทำให้ไม่อยากจะก้าวเดินต่อไป
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามที พี่ก็ยังเชื่ออยู่ว่า..

สุดท้ายแล้วเจ้าเด็กน้อยของพี่กานต์คนนี้
ก็จะลุกขึ้นยืนหยัดขึ้นมาและผ่านพ้นมันไปได้ในที่สุด.."


.....


วันนี้..

จากเจ้าเด็กน้อยตัวเล็กๆ ในวันวาน เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งในวันนี้
ช่วงเวลาที่เติบโตมา มีหลายเรื่องราวเข้ามาในชีวิต
ดี ร้าย ปะปนกันไป..

บอกกับตัวเองอยู่เสมอว่าทุกครั้งที่ล้ม
จะต้องลุกขึ้นมาให้ได้.. เหมือนกับตุ๊กตา..


แต่..

เมื่อมีเรื่องราวเข้ามาให้ล้มอยู่บ่อยครั้ง ภายในระยะเวลาไม่นานนัก
บางทีมันก็ท้อใจจนไม่อยากจะลุก..

กลับมาลองคิด ทบทวนดูอีกครั้ง รวมถึงผลที่ตามมา
ไม่รู้ว่าการตัดสินใจไปในครั้งนั้น มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดหรือไม่

ถ้ามองในสายตาของ "คนอื่น"
มองด้วยบรรทัดฐานความคิดของคนเหล่านั้น
เค้าคงมองว่ามัน "ผิด" แน่ๆ ซึ่งเราก็ "ช่างปะไร"

แต่ก็บอกกับตัวเองอยู่ตลอดว่าเราไม่ได้ตัดสินใจ "ผิด"
เพราะยังไงซะการตัดสินใจที่จะทำอย่างนี้มันก็ต้องมาถึงในสักวัน
เพียงแต่ตัดสินใจ "พลาด" ก็เท่านั้น

พลาด.. ที่ตัดสินใจเร็วไป..


เอาความคิด ความรู้สึกของตัวเอง
ด้วยวุฒิภาวะที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ณ ตอนนั้น เป็นที่ตั้ง
ดื้อดึงที่จะออกมาโดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน
ออกมา.. ทั้งที่ยังไม่มีอะไรมารองรับ ไม่มีอนาคต
ในหัวมีแต่ความรู้สึกเดียวที่ว่า "เราตัดสินใจแล้ว" เท่านั้น
ออกมาเริ่มต้นใหม่ ที่นับจากศูนย์..


จากวันที่ตัดสินใจจนถึงวันนี้
ตัวเรายังไปได้ไม่ไกลจากศูนย์เลยแม้แต่น้อย
เกือบจะมีโอกาสได้ก้าวมาถึงเลขหนึ่ง
แต่สุดท้ายแล้วก็กลับมาอยู่ที่เดิม

เจ็บปวดจังเลย..


เราคาดหวังไว้มาก แต่ก็เผื่อใจไว้บ้างแล้ว
แต่พอรู้ว่าต้องผิดหวังขึ้นมาจริงๆ
มันก็เจ็บนะ เจ็บมากๆ เลย เจ็บซ้ำซากยังไงก็ไม่รู้..


.....


ตอนนี้..


ลองมานั่งคิดดูเล่นๆ ถึงการตัดสินใจในครั้งนั้น
ถ้าวันนี้เรายังอยู่ ณ ที่ตรงนั้น เราก็นึกภาพออกว่าตัวเราจะเป็นยังไง
มันคง.. ไม่ต่างจากวันแรกๆ สักเท่าไหร่..

อาจมีความสุขกับสิ่งที่ทำในระดับหนึ่ง
มีพี่ๆ คอยบอกสอนในสิ่งที่ยังไม่รู้
คอยแนะนำในสิ่งที่ยังขาดหาย
เฮฮา ลั้นลา หัวเราะกันเสียงดังจนทะลุประตูห้อง..


แต่.. มันคงไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว
ที่จะย้อนกลับไปคิดถึงการตัดสินใจในครั้งนั้น บรรยากาศแบบนั้น
เพราะว่าเราได้ตัดสินใจไปแล้ว
เวลามันหวนย้อนกลับมาให้โอกาสให้เราตัดสินใจใหม่ไม่ได้แล้ว..


.....


"ไม่ว่าพี่จะอยู่ที่ไหนก็ตาม แม้ไม่ได้พบหน้าตลอดเวลา
แม้ไม่ได้อยู่ใกล้คอยเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง
พี่อยากให้น้องบีเก็บเรื่องของคุณตุ๊กตาล้มลุกนี้เอาไว้
มันอาจจะดูง่ายที่เราจะลืมเลือน แต่มันก็ไม่ยากเกินที่เราจะจดจำ

จำไว้ว่าเจ้าเด็กน้อยของพี่คนนี้ คือ คุณตุ๊กตาล้มลุก.."

เรากำลังคิดถึงเรื่องของตุ๊กตาล้มลุกในวันนั้น.. วันที่ยังเป็นเด็กน้อย
ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่มีคนๆ นี้มาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังอีกแล้ว
แต่เราก็รู้ว่าเค้ายังห่วงเราอยู่เสมอ..


.....